หน้าเว็บ

22.6.55

Beyond the sky # 01

Author: โทเม

Category: ActionComedy

Pairing: Takki-Tsuba

Rating: NC 17 ด้านการใช้ภาษา โปรดระวังผู้ปกครองโผล่มาด้านหลังขณะรับชม

Spoilers: 2008

Disclaimer: ฟิคเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงตัวละครมาจากปู้จายค่ายลุงจอห์น

Author note:  เนื่องจากคนเรามุมมองต่างกัน การมองเรื่องนิสัยจึงต่างกัน หากรู้สึกขัดใจที่ใดขอให้ท่องคำว่า "ช่างหัว(คนแต่ง)แม่งเหอะ" เอาไว้ ฟิคราวรถฝรั่งดองเรื่องนี้จะไม่มีการเร่งเครื่องใดๆ ทั้งสิ้น - w - ;; หากไม่จบเพราะคนเขียนทำท่าจะไม่แต่ง หรือเกิดเหตุการณ์เป็นมะเร็งขั้นสุด ท้ายขึ้นมาในชีวิต สามารถสอบถามเรื่องตอนจบได้หลังไมค์ เพราะคนแต่งจิ้นจบแล้ว ' w '
กติกาสากลโลกค่ะ ห้ามดัดแปลง แก้ไข ลอก ตะแด้มๆ กับฟิคส่วนหนึ่งส่วนใดยังไงทั้งสิ้น อ่านได้อย่างเดียว ห้ามเอาไปให้เพื่อนดัดแปลงด้วยนะจุ๊ : P

Summary: เรื่องราวเริ่มต้นที่พ่อหนุ่มหน้ามนคนซื่อผู้ไม่คิดจะรู้เรื่องราวอะไรภายนอก เป็นเจ้าชายที่ไม่มีเจ้าหญิงก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข




ตอนที่ 1

ตื่น ทำงาน กินข้าว นอน

...ชีวิตคนเราก็เท่านี้ล่ะ...ซ้ำไปซ้ำมาแม้จะน่าเบื่อแต่ก็สงบสุข...
...มันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก และคงเป็นเช่นนี้ต่อไปสักสองสามปี หรือจนไม่มีใครให้งานทำล่ะมั้ง ?....

...ผมคิดอย่างนั้นจนถึงเมื่อครู่นี้....


................................



“ไงไอ้หล่อ ตื่นแล้วเหรอ ?”

ชายที่ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากันมาก่อน กำลังยื่นหน้าแปลก ๆ นั่นให้เข้ามาอยู่ในทัศนวิสัยของผู้ที่ถูกมัดให้นั่งติดเก้าอี้ แล้วถามด้วยน้ำเสียงยียวน มุมปากยกหยักขึ้นเล็กน้อยพาให้ไรหนวดและเคราบางที่ประดับอยู่เปลี่ยนรูปไปในทางกวนอารมณ์ขึ้น คนเพิ่งตื่นปรือตามองค้างอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ก่อนจะรับรู้ถึงคำถาม ราวกับระยะทางระหว่างหูถึงสมองอยู่ไกลประหนึ่งฮอกไกโด-โอกินาว่า ความรู้สึกมึนและปวดท้ายทอยพาให้ไม่อยากมีหัวเลย ที่นี่ที่ไหน ?  คนๆ นี้เป็นใคร ? ทำไมหัวต้องอยู่บนสุดของร่างกาย ?  สมองพยายามหวนทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ใช่...ตอนนั้นเป็นเวลา ประมาณสิบนาฬิกาได้ เนื่องจากเป็นต้นฤดูหนาว อากาศข้างนอกจึงเต็มไปด้วยสายลมแรงและแห้งผากสุดแสนจะสร้างความอันตรายให้กับสภาพผิว ทาลิปมันยังไงปากก็ยังแห้งเจ็บ ลมก็ตีฉาก ตีผม จัดอะไรทำอะไรไม่ได้เลย พวกสตาฟจึงเลือกใช้งานห้องกว้างไร้หน้าต่างใน สำนักงานแทน

ท่ามกลางสายไฟระเกะ ระกะเต็มพื้นห้องกับบรรยากาศแสนวุ่นวาย เขากำลังนั่งอ่านหนังสือนิยายที่ใฝ่ฝันมานานว่าจะได้อ่านระหว่างรอเตรียมถ่ายแบบโฆษณาให้กับชุดสูทยี่ห้อหนึ่ง ไม่รู้หรอกว่ายี่ห้ออะไร รู้แต่ว่าข้าวกลางวันวันนี้ที่กองถ่ายจะสั่งให้ เป็นโอเบนโตะเซ็ทใหญ่ที่ได้ชื่อว่าแคลอรี่ต่ำ มันน่ากินมากเรียกได้ว่าแค่เห็นเมนูก็น้ำลายหก
 
…………………...........


“ไอบะนายอยู่ไหนทำไม ไม่มาเสียที ? ห๊า ท้องเสีย ! จะบ้าตายทำไมต้องเป็นวันนี้ รีบๆ ถ่ายท้องแล้วก็มาถ่ายแบบที่นี่ต่อเลย หืม ? ยังมาไม่ได้ ? ห้ามพูดว่ามาไม่ได้ ! วิ่งไปซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่มาใส่แล้วรีบไสหัวมาเดี๋ยวนี้เลย !”

ใบหน้าหวานละจากหนังสือเล่มเล็กประมาณฝ่ามือ ขึ้นหันมองตามเสียงผู้จัดการของเพื่อนร่วมงาน ที่เด้งขึ้นเด้งลงนั่งไม่ติดตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว เดี๋ยวเดินไปคุยกับสตาฟต่างชาติที เดี๋ยวหยิบโทรศัพท์โทรไปจิกไอบะที น่าสงสารเพื่อนที่ไม่สามารถนั่งถ่ายท้องอย่างสงบสุขได้ ทาคิซาว่าไม่ค่อยเข้าใจนัก ความจริงแล้วกับแค่เนื้อมีกลิ่นทำท่าจะเสียนิดหน่อย ไม่น่าถึงกับทำให้ท้องเสียได้ขนาดนี้ ตัวเขาเองยังไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย
  
แล้วถ้าหากยกเลิกการถ่ายแบบวันนี้...คงต้องอดกินโอเบนโตะเซ็ทใหญ่สินะ...ไอบะจังคนบ้า ท้องอ่อนแอเกินไปแล้ว

“หรือว่าต้องเลื่อนจริงๆ”    

โชคุง หรือผู้จัดการของไอบะพูดอย่างเหนื่อยใจ ทำให้คนที่แอบฟังเหตุการณ์อยู่หูผึ่งทันที...ไม่ได้การ...ไม่ได้การแน่ๆ....

“เดี๋ยวผมขอตัวไปเดินสูดอากาศข้างนอกสักครู่นะครับ”

ทาคิซาว่าขมวดคิ้วมุ่น ลุกจากเก้าอี้ตัวเล็กที่วางไว้ใกล้กับฉากถ่ายแบบ ท่าทีเรียบเฉยและสงบนิ่งนั้นคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากอาการบ่งถึงความไม่พอใจที่เล็ดลอดจากการสะกดกลั้น ทุกคนในที่นั้นต่างนิ่งเงียบด้วยความเกรงใจ พลันร่างในชุดสูทสีขาวที่ราคาแพงพอ ๆ กับรถยนต์หนึ่งคันเดินก้าวยาว ๆ พ้นประตูห้องไป กระทั่งคนอื่น ๆ นอกจากโชก็ต้องรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมากระหน่ำโทรหาไอบะเป็นการใหญ่

ความจริงแล้ว...ทาคิซาว่าคุงผู้ไม่ค่อยจะคิดอะไร แค่จะไปหามุมสงบกว่าในห้องที่เต็มไปด้วยสรรพเสียง โทรหารุ่นน้องคนไหนสักคนให้มาช่วยถ่ายแบบแทนมนุษย์ท้องอ่อนแอก็เท่านั้นเอง...

“จะมีใครไซส์พอๆ กับหมอนั่นบ้างนะ”

ชายหนุ่มยกโทรศัพท์มือถือพับสีขาวขึ้นมากดดูรายชื่อในเครื่อง พวงกุญแจรูปตุ๊กตากระต่ายสีชมพูผิดภาพลักษณ์แกว่งไปมาตามจังหวะการเดิน เขามุ่งหน้าไปยังเก้าอี้ข้างตึกสตูดิโอ ที่นั่นคนไม่ค่อยผ่านดี

“หืม?”

ท่ามกลางสายลมแห้งเย็นพัดเอื่อย ๆ ละเหล่าใบไม้ในสวนที่เริ่มเปลี่ยนสี และแสงแดดส่องรำไรขับร่างขาวในชุดขาวให้สว่างราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ตั้งอยู่กลางสวน คงมีบางอย่างที่ทำให้ดวงตาใสละจากโทรศัพท์ ทันได้เห็นชายผิวเข้มกำลังก้มหน้าก้มตาเดินเลี้ยวมาจากอีกมุมตึกอย่างรีบร้อน มือหนึ่งดึงปีกหมวกแก๊ปจัดให้ต่ำปิดดวงตาดำขลับ ส่วนอีกมือก็ซุกไว้ในอกเสื้อแจ๊กเกตหนังสีดำแดง สาวเท้ายาวเข้าซอกตึกหนึ่งไปอย่างรีบเร่ง แม้ว่าจะไม่นานนักราวกับสายลมที่พัดผ่าน แต่ผู้มองก็รู้สึกว่า....

...คนๆ นี้บอดี้สวยดีจังนะ...

และ

...ต้องใส่สูทที่จะให้ไอบะใส่ได้แน่เลย...

และ

...คราวนี้ก็ไม่เสียงานแล้ว....

และ

...ได้กินโอเบนโตะด้วย...

...กินได้เยอะๆ ทั้งๆ ที่แคลอรี่ต่ำเชียวนะ...

เมื่อทาคิซาว่าคิด ได้....ดัง....ข้างต้น....จึงหันซ้ายหันขวา ลอบเดินออกทางประตูข้างตึกตามอีกฝ่ายไป ชายหนุ่มกระชั้นฝีเท้า จากเดินเป็นวิ่ง เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับซอกตึกแถวนี้ดีเพราะบางทีก็ต้องอาศัยมันในการหลบหลีก แฟนๆ มันดูเหมือนมีทางไปทางเดียว แต่ระหว่างนั้นจะมีซอก มีมุม มีหลุมให้หลบ นู่นนี่นั่น จนอดคิดไม่ได้ว่าคุณจอห์นนี่ เจ้าของค่ายโมเดลลิ่งที่สังกัดอยู่แอบสร้างไว้ให้เด็กๆ หรือเปล่า เพราะว่าเวลาพวกเขาแอบไปเปลี่ยนตำแหน่งสิ่งของอะไรไว้ วันรุ่งขึ้นมันจะกลับมาที่เดิม

“เอ...ทางนี้...มัน...”

ชายหนุ่มเอียงคอมองตำแหน่งไม้กระดานที่เปลี่ยนไป ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีแฟนคลับกลุ่มไหนมาให้ต้องเปลี่ยนมัน แล้วจู่ ๆ เขาก็ถูกแรงบางอย่างเหวี่ยงให้หลังกระแทกติดผนัง ความตื่นตระหนกพลุ่งพล่านจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงรู้ว่าเป็นคนที่ตามหาอยู่

“ยกมือขึ้นสูงเลยไอ้น้องถ้าไม่อยากก้มลงเก็บไส้ตัวเอง”

สิ้นคำขู่ นายแบบหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยงรีบยกมือสุดแขน เมื่อเหลือบเห็นปืนพกสีดำขลับกำลังกดเข้าไปบนหน้าท้องของตน เขาพยายามตั้งสติ...บางทีมันอาจเป็นรายการล้อกันเล่น...ใช่...ญี่ปุ่นดินแดนสงบสุขจะมีปืนได้ยังไง 

แต่ว่ารายการพวกนี้คงทำให้ใครสักคนอยากตามใครก็ไม่รู้คนหนึ่งขึ้นมาอย่างฉับพลันไม่ได้หรอก ทาคิซาว่ามองดูเจ้าของนัยน์ตาคู่สวยใต้ปีกหมวกแก๊ปที่กำลังสำรวจตนตั้งแต่หัวจรดเท้า ฝ่ายนั้นพูดอีกครั้ง เสียงนั้นทุ้มต่ำและราบเรียบ

“ดูไม่ใช่พวกนั้น..แล้วตามมาทำไม?”

“เอ่อ...”

คนถูกถามไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ เขาก็แค่อยากหานายแบบ อยากรีบถ่ายแบบของวันนี้ให้จบ ๆ แล้วก็รีบกลับบ้านไปให้อาหารหมา จากนั้นก็เข้านอน แต่ท่าทางอีกฝ่ายจะไม่ได้อยากฟังคำตอบเท่าไรนัก กลับถามเพิ่มอีก แต่เหมือนถามกับตัวเองเสียมากกว่า

“หน้าตาดี แต่งตัวแพง บ้านคงรวยสิท่า”

“...เอ่อ...ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ...”

“ดีเลย ตอนนี้กำลังอยากได้ทุนเพิ่มอยู่พอดี”

ว่าจบสันมือที่มีถุงมือหนังหุ้มอยู่ก็ลงแรงไปที่ก้านคอขาวอย่างไม่ทันให้คนถูกกระทำได้ตั้งตัว จากนั้น....


...เขาก็มานั่งถูกมัดเป็นปูอยู่ที่นี่...


“อุ”

“โอ๊ะ โทษทีเดี๋ยวดึงให้”   

ชายแปลกหน้าคนนั้นบอกพร้อมกำชับมีดในมือ   “แต่อย่าส่งเสียงล่ะ เฮียไม่อยากทำความสะอาดเลือดใคร ขี้เกียจ เข้าใจนะ ?”

เทปผ้าถูกกระชากออกปาก ของคนที่ถูกพันธนาการ ทิ้งรอยปื้นแดงไว้บนหน้าเกลี้ยงเกลา เจ็บจนน้ำตารื้น คิดในใจว่าไม่เข้าใจพวกผู้หญิงที่ใช้เทปกาวแว๊กซ์ขนหน้าแข้งเลย เพราะ...มัน...เจ็บ...มาก....

“จับผมมาทำไม ?”

นายแบบหนุ่มกล่าวอย่างอ่อนแรง ไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว จะว่าไปเขาอดอาหารมาตั้งแต่สามทุ่มเมื่อวาน มื้อที่กินหม้อไฟกับไอบะนั่นแหละ คู่สนทนายักไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

“ก็...ลักพาตัว”  

จากนั้นก็หันกลับไปกระแทกตัวนั่งลงบนเตียงสปริงเก่า ๆ มันส่งเสียงร้องเสียดหูดังคับห้องที่ไม่มีเฟอนิเจอร์อะไร เหมือนกับเป็นที่พักชั่วคราวที่ไหนสักแห่ง ชายผิวเข้มหยิบมือถือสีขาวมีที่ห้อยมือถือตุ๊กตากระต่ายชมพูอยู่ขึ้น มา...เครื่องของทาคิซาว่า  

“ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องเดินทาง ว่าจะขอทุนสักล้านสองล้าน ไม่มากมายอะไรหรอก คิดเสียว่าซื้อสูทใส่เล่น ว่าแต่บ้านนายเบอร์อะไรล่ะ ? รีบๆ บอกจะได้รีบกลับไปไง”   

โจรลักพาตัวบอกพร้อมกับกดเปิดเครื่อง ในเวลานั้นเองที่เสียงเมซเซสดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง บ่งบอกถึงสายโทรเข้าจำนวนมากที่โทรหาไม่ติด แต่ผู้ที่ถือมันอยู่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร หน้ามึนสิ้นดี

“...ผมไม่มีเงินเป็น ล้านแบบนั้นหรอก...”   คนถูกจับพูดเสียงอ่อย   “...ผมแค่มาถ่ายแบบเฉยๆ...นี่ชุดสูทของคนอื่นเขา...ผมเป็นแค่นายแบบธรรมดาเท่านั้นเอง...”

คู่สนทนาของเขาหุบยิ้มทันที จากนั้นจึงจ้องไปยังดวงตาเหมือนลูกกวางเพื่อจับพิรุธแต่กลับไม่เจออะไร ชายผิวเข้มกลอกตาขึ้นด้านบนหวนคิดใคร่ครวญ จะว่าไปก็เจอกับอีกฝ่ายแถวบริษัทดาราสักอย่าง พอรู้ตัวว่าไม่ได้เงินแน่จึงคำรามอย่างหัวเสีย

“ว้อย! วันนี้มันวันบ้าอะไรของมันวะเนี่ย ! ไอ้พวกนั้นแมร่งก็ตามกูจัง ! เงินก็จะหมด จับหมูไม่ได้หมู ! เชี่ยเอ้ยยยย~~ แล้วมึงแสล๋นตามตูดกูมาทำไมเนี่ยยยยย”

แล้วก็ลากเสียงเจ๊ดยาวๆ อีกทีระบายอารมณ์ ทาคิซาว่ารู้สึกว่า คน ๆ นี้ช่างเป็นคนที่พูดจาไม่เพราะได้เป็นธรรมชาติจัง อย่างน้อยก็ฟังดูไม่มีเลศนัยเท่าตอนแรก ๆ ล่ะนะ ทันใดเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะเหมือนรหัสก็ดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงเรียกจากอีกฟากหนึ่ง

“คุณท่าน ซื้อข้าวมาให้แล้ว”

เจ้าของห้องเดินไปเปิดอย่างระแวดระวัง จนคนถูกจับรู้สึกสงสัยว่าคนร้ายที่จับตนอยู่นี่ทำผิดคดีอะไรมาบ้าง ถึงต้องระวังตัวขนาดนี้ แล้วชายที่เข้ามาใหม่ก็เอี้ยวคอให้พ้นจากหลังสึบาสะมองร่างที่ถูกมัดอยู่

“อ้าว หมอนั่นตื่นแล้วเหรอ ?  ให้กินข้าวมะ ?”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวจะพาส่งกลับที่แล้ว”

“ทำไมล่ะ ?  อุตส่าห์แบกมา”

“ดูผิดนิดหน่อย ไม่ใช่คุณหนู แต่เป็นนายแบบใส่สูทแพงเฉยๆ”   

ว่าแล้วก็เปิดถุงพลาสติกแล้วหยิบมันฝรั่งทอดใส่ปาก   “แกไปส่งมันขึ้นแทกซี่หน่อยดิเดี๋ยวมันกลับบ้านไม่ถูก เห็นหน้าโง่ ๆ แล้วสงสารว่ะ เฮ้อ...เครียด ไม่มีเงิน ไปหาเหล้าแดกดีกว่า”

“เฮ้ย เสียดาย เป็นนายแบบธรรมดาก็ทำเงินได้”

ผู้ชายที่มีตาเหมือนจิ้งจอกคนนั้นกระซิบเข้าที่ข้างหูหัวหน้า ทำเอาคนกลางที่กำลังถูกพูดถึงใจคอไม่ดีเอาซะเลย จึงรีบพูดขึ้นดักทาง

“...เป็น..เป็นโจรเรียกค่าไถ่มันไม่ดีนะมันผิดกฏหมาย...ปล่อยผมกลับไปเหอะครับ...”  

ทาคิซาว่ากระพริบตาปริบ ๆ พยายามส่งสายตาน่าสงสารใส่เต็มที่ แต่สึบาสะตีกลับหมดด้วยยิ้มหวานน่าสงสัย พร้อมตบหัวนายแบบหนุ่มแปะ ๆ

“โอ๋ๆ ไม่ทำๆ เดี๋ยวส่งกลับบ้านนะ แต่ก่อนไปช่วยงานเฮียก่อนนะน้องนะ งานสบายๆ แป๊ปเดียวเสร็จ”

“งานอะไรอ่ะ ?”

“ถ่ายคลิปเกย์”

เหมือนบางอย่างแล่นผ่านสมองทาคิซาว่าวูบหนึ่ง...เขาควรจะพูดอะไรดี ? พูดอะไรเพื่อหยุดคนตรงหน้า ? คิดไม่ออก ทำไงๆๆ ทำไงดี ?!


...........



...แกล้งสลบต่อดีกว่า...


“ตื่นเลยๆ ไม่ต้องมาทำแกล้งตาย”   

ปากก็พูด มือก็ตบหัวทุยดังเพี้ยะ   “เฮ้ยโยโก! ไปปลุกซูบารุหน่อย ให้แม่งมาทำงานซะบ้าง วัน ๆ เอาแต่นอนแล้วให้กูออกไปทำมาหากินเนี่ยนะ สันดอนเชี่ยมากฉิบหายเอ้ย ใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องกันวะเนี่ย เสิด เออ ฝากไปยืมกล้องป้าเจ้าของบ้านหน่อยดิ แกน่าจะมี ถ้าแกไม่ให้ก็ปล้นแม่งเลย”

หลังจากเสียงสั่ง ๆ ของชายผิวแทน ประตูห้องก็ปิดลงอีกครั้ง ทาคิซาว่ารู้สึกไม่เข้าใจ ว่าทำไมจู่ๆ ชีวิตแสนเรียบง่ายของตนเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อเช้าเขาเป็นเจ้าชายวงการแฟชั่น ตอนนี้เหมือนตัวเองเป็นนักโทษรอประหารยังไงยังงั้น

“ผมไม่ทำได้ไหมครับ....”

น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ศักดิ์ศรีความเป็นชายสงสัยจะถูกป่นหมดก็คราวนี้

“ฮึ่ย เป็นนายแบบจะตื่นกล้องทำไม แถมไม่ได้ให้เป็นคนทำสักหน่อย งานง่ายจะตาย”   ว่าแล้วก็เอามันฝรั่งทอดใส่ปาก เคี้ยวแจ้บๆ ท่าทีเมินเฉยเรียกความสลดหดหู่ใจให้คนฟังดีแท้

มันไม่ใช่ประเด็นนั้นอ่ะค๊าบบบบคุณพี่~~~!

เสียงเคาะเป็นจังหวะดังให้ชายในชุดสูทขาวสะดุ้งสุดตัวมองไปทางประตูอีกครา คราวนี้โยโกยาม่าพาผู้ชายอีกคนท่าทางง่วงหงาวหาวนอนเข้ามาด้วย แน่นอน...พร้อมกับกล้องและขาตั้งกล้อง มาถึงแล้วชายที่น่าจะชื่อว่าซูบารุก็เดินดุ่มเข้ามาหาสึบาสะแล้วใส่ใหญ่

“โอ้ยยย นี่มันอะไรกันครับไอ้คุณท่าน ! ปลุกขึ้นมาจิกหัวใช้ไม่ว่านะ แต่ปลุกขึ้นมาให้ไปปล้ำผู้ชายแล้วถ่ายลงคลิปวีดีโอเนี่ยนะ ? สุดทีนมากครับสุดทีนมากขอบอก ! ใครคิดน่ะใครคิด คิดเองทำเองก็แล้วกัน ! ”

“...ไม่เอาเว้ย กูไปซื้อข้าวแล้ว”   

โยโกยาม่าพูดงุบงิบพร้อมประกอบกล้องกับขาตั้งกล้องและเช็คสภาพให้เรียบร้อย  ระหว่างที่คนถูกมัดแช่งให้มันเสียภายใน 7 วิ 8 วิ  สึบาสะก็พยักเพยิกไปทางนายแบบหนุ่มโดยไม่หันไปมอง

“เฮ้ย แกหันไปดูก่อนเดะ หน้าตาดีนะเนี่ย ไม่ต้องสนหรอกหลับหูหลับตาทำไปเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ ก็เหมือนผู้หญิงที่แกพากลับบ้านด้วยประจำนั่นแหละ”

“มันต่างจอร์จมันต่าง ! ให้ตายเหอะไม่ยุติธรรมเลยทำไมฉันต้องทำอะไรพรรค์นี้คนเดียวเนี่ย ! ”

ว่าแล้วเสียงทะเลาะถกเถียงแย่งกันเสือกไสไล่ส่งประหนึ่งเอาไม้เขี่ยขยะก็ดังระงม พาให้ทาคิซาว่าคุงผู้มีฐานะสูงส่งสุดกู่ในจิมุโชรู้สึกว่าตัวเองคงจะไม่ตายคาเตียงแล้วงานนี้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าตัวเอง...ด้อยคุณค่าทางโภชนาการอย่างบอกไม่ ถูก...

“โอเค ๆ หยุด ๆ หยุดกัดกันได้แล้ว !”   

ชายผิวแทนยกมือขึ้นเขย่าสั่งลูกน้องทั้งสองคนให้หยุดบทสนทนาที่ดูท่าจะไม่มีวันจบง่าย ๆ เสียงเริ่มเงียบลง   

“ได้ กุผิดเองที่ตัดสินใจคนเดียว ว่าแต่กล้องเซ็ทอัตโนมัติได้ใช่มะ ?”

โยโกยาม่าพยักหน้า ขณะที่สึบาสะถอดเสื้อกล้ามออกอย่างอารมณ์เสีย แม้บอดี้จะเป็นลอนกล้ามเล็กๆ สวยงามอย่างที่ทาคิซาว่าคุงคิดแต่ทีแรก แต่ว่ามัน...ทำให้รู้สึกใจคอไม่ดีเอาซะเลย

“งั้นก็เซ็ทอัตโนมัติไว้เลย ถ่ายแมร่งทั้งสามคนเนี่ยแหละ จะได้ไม่มีใครบ่นทีหลัง”

...เฮ้ย...

“อย่างนี้ค่อยแฟร์หน่อย”   ซูบารุพยักหน้ารับเป็นเชิงเห็นด้วยก่อนจะถอดเสื้อออกบ้าง

...เฮ้ย...ยยย...

“ไม่น่าหลวมตัวตามพวก แม่งมาเล้ยยยยยยย!!!”   

โยโกยาม่าพูดพร้อมปาเสื้อยืดตัวเองลงพื้น  ตาโต ๆ ของคนที่ถูกจับเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นภาพเปลือยครึ่งบนของชายฉกรรจ์สามคนที่บ้างก็ยืนกอดอกบ้างก็เท้าเอว  กำลังจ้องมองมาอย่างเหนื่อยหน่ายในชะตากรรมไม่แพ้กัน

“เอ่อ...ถ้าอยากได้ เงินขนาดนั้น....ผมจะโอนเงินให้ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้เลย...ให้หมดเลยก็ ได้...”   

คนถูกจับพยายามเจรจาต่อรองปากคอสั่น สึบาสะยิ้มให้แล้วตบหัวอีกฝ่ายอีกครั้ง

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวอันนั้นเราจะให้นายไปกดมาให้ตอนขากลับ”

นายแบบหนุ่มคอตก...มัน ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ใครจะปล่อยกันไปง่ายๆ...ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ...พอเริ่มทำใจได้ เขาก็เริ่มสูดลมหายใจลึกเข้าปอด แล้วก็....

ช่วยด้ !! อุ๊บ!”

เสียงตะโกนกลับเข้าไป ในปากเมื่อถูกมือของคนตรงหน้าตะครุบปิดปากไว้อย่างแรง เก้าอี้และร่างที่ถูกมัดไว้รวมกันจึงเสียหลักล้ม หัวกระแทกพื้นอีกรอบ เป็นครั้งแรกที่ทาคิซาว่ารู้สึกดีใจที่ได้สิ้นสติ

.........................................


TBC

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น